สาเหตุที่ทำให้เลิกกัน
วิธีการดูแลความรัก
Love Course
ความรักกับรอยยิ้ม
ความหมายของคำว่ารัก
รักดีหรือรักหลอก
มุมแม่ & ลูก
Love Board
เลือกของอะไรให้กับคนรัก
Cupidnet
Planet-love
รักเรื่อยเปลื่อย
ต้องการรับอะไรจาก คนรัก
ของสะสมความรัก
Horoscope
ชมรมคนอกหัก
จดหมายจากดวงดาว
Contact Us
 




• รักใดเอย เท่าแม่รัก
• เจ้าเติบใหญ่อย่าเที่ยวดึกให้แม่คอย
• ขอให้ลูกได้ดีมีชัยและใส่ตัวเองบ้าง
.
• แม่เลี้ยงดูฟูมฟักรักตัวน้อย
• กลอยใจเจ้าคือลูกที่เป็นหนึ่ง
• แม่เป็นห่วงทุกย่างก้าวที่ลูกเดิน
แม่ และ ลูก
แม่รักเลี้ยงลูกรัก จึงได้ลูกที่แสนรัก
วีธีการเลี้ยงลูกที่แสนรัก ให้มีความอบอุ่น บางคนบอกบว่ายาก บางคนบอกว่าง่าย มีลูกก็รัก หากเลี้ยงด้วยความรัก ที่ถูกวิธี เราก็จะได้ลูกรักที่ดีได้ และวีธีไหนล่ะ ที่เราจะใช้เลี้ยงลูก
2008-03-27
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขยายเวลา...ตอบแบบสอบถามลุ้นรับของรางวัลจ้า
สวัสดีค่ะ
ตอบแบบสอบถาม ลุ้นรับของรางวัลจ้า
รายละเ.ยดติดตามได้ที่
[url]http://lovepercha.diaryclub.com[/url]

ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ

-->
แม่ตั้ม ( 2007-02-08 21:31:26 )
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่พร้อมทำประกันชีวิต เนื้องด้วยภาระผูกพันหลายประการ แต่ความเสี่ยงที่อยู่รอบตัวคุณนั้นมีมากมาย มาสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวคุณด้วยจำนวนเงินที่น้อยนิดดีกว่ามั๊ยคะ
โครงการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
อายุ 1 เดือน – 60 ปี เบี้ยประกันภัยเพียง 3,000 บาท/ปี
อายุ 61 ปี – 65 ปี เบี้ยประกันภัยเพียง 3,300 บาท/ปี
ความคุ้มครอง
1. การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร 700,000 บาท
2. การรักษาพยาบาล 70,000 บาท
3. การขับขี่ หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ 350,000 บาท
4. การถูกฆาตกรรม ลอบทำร้าย 700,000 บาท
ข้อดี
1. คุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ
2.ชำระเบี้ยประกันภัยแบบปีต่อปี ไม่มีภาระผูกพัน
3.เบี้ยประกันภัยต่ำ แต่ให้ความคุ้มครองสูง
4.รับบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย แบบประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เพื่อรับบริการพิเศษต่าง อาทิเช่น
-โปรแกรม ROAD SIDE SERVICE & HOTEL NETWOR
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน และการสำรองห้องพักในอัตราพิเศษผ่านสายด่วน 0-2614-3666
-โปรแกรม THAI LIFE INSURANCE MEDI CARE
บริการสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าในโรงพยาบาลเครือข่ายกว่า 140 แห่งทั่วประเทศ
@@ คุณพร้อมจะสร้างความอุ่นใจให้ครอบครัวของคุณรึยังคะ หากวันใดวันหนึ่งคุณซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของครอบครัวต้องจากไปเร็วก่อนวัยอันควร หรือไม่สามารถหารายได้ให้กับครอบครัวอันเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ แล้วคนข้างหลังคุณล่ะจะอยู่กันอย่างไร คุณจะทิ้งไว้เพียงความโศกเศร้าหรือมีเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเยียวยาพวกเค้า ถ้าคุณพร้อมจะเริ่มต้นสร้างความอุ่นใจ ลองพิจารณาโครงการนี้สิคะ @@

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ ถ้าสนใจยินดีรับใช้นะคะ
(สุภัทรา ฉัตรฉลวย หัวหน้าหน่วยฝ่ายขยายงานนครหลวง 47 สาขาลุมพินี)
โทร. 03-9740222 e-mail : kling_slam @yahoo.com

-->
แม่น้องใบตอง ( 2006-09-06 08:53:56 )
อาหารการกิน: น้ำมันปลา (Fish oil)


น้ำมันปลาเป็นอาหารเสริม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในฐานะที่มีสรรพคุณสร้างเสริม สุขภาพ ป้องกัน รักษาโรค จึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ผู้บริโภคหันมารับประทานน้ำมันปลากันมากขึ้น เรามารู้จักน้ำมันปลากันสักนิดนะคะ

น้ำมันปลาเป็นส่วนไขมันที่ได้มาจาการสกัดจากปลาทะเลน้ำลึกเช่น ปลาซัลมอน ปลาคอด ปลาทูน่า หรือปลาแมคเคอแรล น้ำมันปลาได้รับความสนใจเพราะมีกรดไขมันโอเมก้า3 สูง กรดไขมันโอเมก้า3 รวมกับกรดไขมันโอเมก้า6 เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อสุขภาพ ร่างกายของคนเราไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารพวกธัญญพืช ผลไม้ น้ำมันพืชและอาหารอื่น ๆ ซึ่งโดยปกติในวิถีชีวิตประจำวันเราไม่สามารถได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 เพียงพอจากการรับประทานอาหารในแต่ละวัน จึงควรต้องมีการรับประทานน้ำมันปลาที่คุณภาพสูงเสริมให้กับร่างกาย

การรับประทานกรดไขมันทั้งสองชนิด นักวิจัยบางกลุ่มคิดว่าควรรับประทานในอัตราสมดุลคือ 1:1 ส่วนกลุ่มอื่น ๆ มีความเห็นว่าควรได้รับกรดไขมันโอเมก้า3 ปริมาณมากกว่ากรดไขมันโอเมก้า6 หลายเท่า อย่างไรก็ตามในน้ำมันปลามีกรดไขมันโอเมก้า3 ในปริมาณมาก กรดไขมันโอเมก้า3 ในน้ำมันปลานี้ประกอบด้วยกรดไขมันที่สำคัญ 2 ชนิดคือ eicosapentoic acid (EPA) และ docosahexaenoic acid (DHA)

EPA ร่างกายนำไปสร้าง prostaglandins ซึ่งเป็นสารคล้ายฮอร์โมน ช่วยป้องกันหัวใจไม่ให้ขาดเลือด โดยทำให้เลือดไม่จับกันเป็นลิ่มในหลอดเลือดที่สูบฉีดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ และยังมีบทบาทต่อเยื่อหุ้มเซลล์และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ด้วย

DHA เป็นสารที่ร่างกายต้องการเพื่อนำไปสร้างเซลล์สมอง ประสาทจอตา และระบบสืบพันธุ์

น้ำมันปลามีหลายชนิด
น้ำมันปลาและน้ำมันตับปลานั้นแตกต่างกัน มันตับปลาจะมีวิตามิน เอ และไวตามิน ดี สูง จึงรับประทานได้ในปริมาณจำกัดโดยเฉพาะวิตามิน เอ ในคนท้องรับประทานได้ไม่เกิน 2500 IU และคนปกติไม่เกิน 5000 IU ต่อวัน เนื่องจากจุดมุ่งหมายในการเสริมน้ำมันปลาในหญิงตั้งครรภ์ และทารกต้องการเสริม DHA เพื่อนำไปสร้างสมองและระบบประสาทเป็นหลัก การเลือกน้ำมันปลา จึงควรเลือกชนิดที่มี DHA สูงกว่า EPA และมีวิตามิน อี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) อยู่ด้วย เพราะกรดไขมันจะทำปฏิกิริยาต่อเยื่อหุ้มเซลล์เป็นอนุมูลอิสระ (oxidant) ถ้ามีวิตามิน อี อยู่ก็จะลดการทำปฏิกิริยาลงได้ จึงควรเสริมวิตามินในอัตราที่เหมาะสม

ประโยชน์ของน้ำมันปลาในทารก

บทบาทของกรดไขมันห่วงยาวชนิดไม่อิ่มตัว (Long chain polyunsaturated FAs) ต่อสมอง มีกรดไขมัน 2 ชนิดที่มีการศึกษาวิจัยกันคือ DHA และ arachidonic acid (AA) ทั้งสองชนิดนี้มีอยู่มากในสมองและตา การเติบโตเพิ่มจำนวนของ synapse ของประสาทเกี่ยวกับการเห็นเพิ่มพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมากในช่วงหลังเกิดถึงอายุ 6 เดือน การได้รับกรดไขมัน DHA ในช่วงนี้จะช่วยให้ประสาทสายตาพัฒนาไปได้ดี การศึกษาผลการเสริม DHA ลงในนมผสมสำหรับเลี้ยงทารกเกิดก่อนกำหนด แสดงให้เห็นว่าทารกสามารถมองเห็นได้เร็ว จึงเรียนรู้ก่อนตั้งแต่แรก ๆ สามารถเรียนรู้พัฒนาการด้านความเข้าใจ รู้จักคิดและมีเหตุผลเร็วกว่า
จากรายงานการศึกษาหลายชิ้นก็แสดงว่าได้ผลเช่นเดียวกัน ในทารกเกิดครบกำหนด แสดงว่าการมี DHA ในเลือดเกี่ยวข้องกับการเห็น และพัฒนาการ ทารกเกิดครบกำหนดสามารถสังเคราะห์กรดไขมันจำเป็น a linolenic acid ให้เป็น DHA และ linoleic acid ให้เป็น AA ได้ แต่ระดับ DHA ในเลือดของทารกที่กินนมขวดจะมีระดับลดลงต่ำกว่าทารกที่กินนมแม่ เกี่ยวกับเรื่องสายตาของลูกยังพบว่าทารกที่กินนมแม่ผู้ซึ่งได้รับ DHA จากอาหารเช่น เนื้อปลา หรืออาหารเสริม ในช่วงที่ให้นมลูกทำให้สายตาของลูกดีกว่าลูกของแม่ผู้ซึ่งรับประทาน DHA น้อย
ในหญิงตั้งครรภ์
มีการศึกษาที่ Adelaide ออสเตรเลีย 2 ชิ้น การศึกษาให้น้ำมันปลาเสริมในหญิงตั้งครรภ์ โดยให้ EPA 1.5 กรัม + DHA 1 กรัม ในระยะอายุครรภ์ 30 สัปดาห์ พบว่าทำให้คลอดช้าไป 4 วัน และน้ำหนักทารกแรกเกิด มีน้ำหนักตัวมากกว่าทารกกลุ่มที่ได้น้ำมันมะกอกเป็นกลุ่มควบคุม 100 กรัม แต่นักวิจัยอื่น ๆ ทำการศึกษาได้ผลไม่แตกต่างกัน เมื่อเร็ว ๆ นี้มีรายงานการการค้นพบที่สำคัญคือ หลังคลอดระดับ DHA ในเลือดแม่ลดลงอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะให้นมบุตรหรือไม่ให้ ซึ่งการขาด DHA เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในแม่ก็ได้ ยังต้องศึกษาต่อไป ระดับ DHA ในเลือดจะกลับเป็นปกติเมื่อให้รับประทาน DHA 200-400 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตามจากการศึกษาในออสเตรเลียดังกล่าว รายงานว่าการให้น้ำมันปลาเสริมในหญิงตั้งครรภ์นั้นปลอดภัย แต่จะมีผลต่อพัฒนาการของสมองของทารกในครรภ์ แต่ก็มีความเห็นว่าน่าจะได้ประโยชน์ การให้น้ำมันปลาเสริมในระยะตั้งครรภ์น่าจะมีประโยชน์ทั้งแม่และลูก
ผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองจากหน่วยงาน อาหารและยา (อย.)
ในรูปแบบของอาหาร "ไม่ใช่ยา"
สนใจสอบถามข้อมูล ข้อแนะนำฟรีจาก ผู้เชี่ยวชาญโภชนาการ
โดยดูรายละเอียดและกรอกข้อมูลได้ที่
www.healthydietmate.com


-->
nim ( 2006-03-28 05:07:12 )
โปรโมชั่นพิเศษประจำวันนี้ ถ่ายภาพเด็กเล็ก แรกเกิด ในสตูดิโอ ราคา 690บาทเท่านั้น
ถ่ายภาพสตูดิโอ 20 ภาพ เลือก 10 ภาพ ภาพขนาด 4x6นิ้ว 10 ภาพ
และภาพขนาด 8x10นิ้ว 1ภาพ พร้อมกรอบโมเดรินท์จำนวน 1 กรอบ ราคาพิเศษ 690.00บาท

ติดต่อนัดหมาย สอบถามข้อมูล :Love in here studio

Email:nukrobstudio@yahoo.com, nukrob@programmer.net,lookchoop@yahoo.com

Office/ที่อยู่ : 276 soi jaral 89 jaral road bangkok 10700

276 ซ.จรัญ 89 ถ.จรัญสนิทวงศ์ เขตบางอ้อ กรุงเทพ 10700

Tel /โทร:(662)-434-0384 / 0-2434-0384(สามารถติดต่อได้ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00น.ทุกวัน)

Fax: (662)-434-0384 , 0-2434-0384(สามารถติดต่อได้ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00น.ทุกวัน)

Mobile Tel /sale and marketing: 0-40781868(สามารถติดต่อได้ตั้งแต่เวลา06.00-24.00น.)

-->
ปัทมา ( 2006-01-24 02:18:39 )
รักลูกดังแก้วตาดวงใจของแม่ อยากเห็นเจ้าเติบใหญ่อยุ่ในโลกนี้อย่างมีความสุข
-->
เนตร ( 2006-01-23 02:41:44 )
บริการรับฝากเลี้ยงเด็ก ตั้งแต่เวลา 06.00 - 19.00 น. จันทร์ - เสาร์

- บริการรับฝากเลี้ยงเด็กแรกเกิด - 3 ปี
- เด็กอนุบาลหลังเลิกเรียน
- เด็กนักเรียนปิดเทอม
- ฝากเลี้ยงรายวัน

ย่าน บางนา ศรีนครินทร์ สำโรง ปากน้ำ ค่ะสถานที่ เป็นบ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอยสำหรับทำกิจกรรม 82 ตารางเมตร ไม่มีฝุ่นหรือควันรถ รบกวน อากาศโปร่ง โล่งสบาย ไม่แออัด หมดกังวลในเรื่องของการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ พื้นบ้านเป็นพื้นชนิดอ่อนนุ่ม พื้นดูราฟลอร์พื้นกันกระแทก ( พื้นที่โรงเรียนอนุบาลและเนอสร์เซอรรี่มาตราฐานใช้กัน) เสาภายในบ้านหุ้มดูราฟลอร์กันกระแทกทุกต้น ห้องน้ำมีสุขภัณฑ์เฉพาะสำหรับเด็ก พร้อมด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการ และ เสริมทักษะ การเดินทางสะดวก ใกล้โรงพยาบาลไทยนครินทร์ โรงพยาบาลศิครินทร์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แมคโคร คาร์ฟู โรงเรียนอนุบาลต่างๆ หลายโรงเรียน ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที มีทางลัดหลายเส้นทาง ทั้ง ลาซาล แบริ่ง สันติคาม สามารถเชื่อมทะลุถึงกันได้หมด

สถานที่ 3816 หมู่ 7 ซอยสุขุมวิท 113 หมู่บ้านพรชาติ 1 ( ด่านสำโรง 36 ฝั่งถนนศรีนครินทร์ ) สนใจติดต่อ 02 757 3976 หรือ 09 768 4949 คุณชญานี / คุณรฐา

-->
คุณรฐา ( 2005-06-15 03:03:44 )
เรียน ท่านที่สนใจ
"ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ ขณะนี้เราได้แจกฟรี VCD Road to Success สำหรับผู้ที่ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งใน VCD นี้ จะได้อธิบายถึงข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับวิธีการสร้างรายได้ จากการเป็นเจ้าของธุรกิจ สามารถทำเป็นงานเสริมจากงานประจำได้ 5,000 - 20,000 บาท/เดือน"

....เปลี่ยนความกลัวให้เป็นพลัง กล้าที่จะออกนอกกรอบ ทำความฝันของคุณให้เป็นจริง....
....กำลังใจมีให้เสมอ สำหรับผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้....

ติดต่อเพื่อขอรับ VCD ฟรี ได้ที่ http://startsimply.siamroadtosuccess.com
ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจและเอื้อเฟื้อพื้นที่ค่ะ

-->
เรียน ท่านที่สนใจ ( 2005-05-11 10:09:28 )
ขอเชิญคุณแม่คนใหม่เขียนข้อความสั้น 2-3 บรรทัด บรรยายความรู้สึกครั้งแรกที่ได้สัมผัส หรือได้เห็นหน้าลูก หรือเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อ ชิงรางวัล ทุนประกัน 500,000บาท และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลอันเนื่อง
จากอุบัติเหตุสูงถึง 70,000 บาท ทุกที่ทั่วโลก ส่งพร้อมรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ วันเกิด ของทั้งคุณแม่ คุณพ่อ และลูกน้อย ส่งมายัง email:mrtingtong@thaimail.com หรือติต่อ คุณ วินยุตม์ 06-310-9606
สนับสนุนโครงการโดย บ.ไทยประกันชีวิต สาขาอโศก

-->
วิน ( 2005-04-25 13:14:33 )
รับสอนเปียโนขั้นพื้นฐานสำรับเด็ก ราคา200บาท/ชม. สนใจติดต่อ ปุ๊ก 01-45452700
-->
ปุ๊ก ( 2005-04-23 12:18:34 )
ถึงลูกรักของแม่ (น้องกาย)
ความรักที่พ่อแม่มอบให้ลูกนั้นมันช่างใหญ่หลวงนัก ตัวเราเองนั้นไม่สามารถที่จะรู้ได้ถึงความรักเหล่านั้นได้ จนกระทั่งเราได้มีลูก
ลูกเอ๋ย จงรับรู้ไว้เถิดว่า ไม่มีผู่ใดในโลกอีกแล้วที่จะรักเจ้า ทะนุถนอมเจ้า
อยากที่จะเจ็บและทุกข์แทนเจ้า สองมือที่คอยโอบอุ้ม สองแขนที่คอยปลอบโยน อีกทั้งแรงกายแรงใจทั้งหมด พ่อและแม่ได้มอบให้ลูกน้อยทั้งสิ้น
ลูกจะรู้ไหมว่าความรักความอบอุ่นที่พ่อและแม่ให้นั้น มันจะเป็นเกราะคุ้มกันให้ลูกพ้นจากอันตรายทั้งปวง ขอเพียงเจ้าแข็งแรงและเป้นคนดีของพ่อแม่และสังคม เท่านี้ก็เพียงพอแล้วลูก


-->
สริดา ก้อนเครือ (แม่เกด) ( 2005-03-26 04:20:28 )
น่ารักดีนะ
-->
Pe Jum ( 2004-03-29 21:06:28 )
ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องเข้าใจในวัยของลูกเช่น วัยเด็ก ที่อาจจะต้องมีคนสอนให้เค้ารู้จักถูกหรือผิด วัยรุ่น เป็นวัยที่อยากได้รับประสบการเองอยากรู้อยากรองด้วยตนเอง พ่อแม่จึงต้องดูแลเป็นพิเศษอย่าที่ให้เค้ารู้สึกว่าตนเองกำลังขาดอิสระ สรุปพ่อแม่ต้องพยายามเข้าใจในวัยของเด็กและให้แสดงออกถึงความรักกับเค้าให้พอเหมาะ
-->
นู๋..เอง ( 2004-03-11 08:19:45 )
love you so much
-->
vasana ( 2003-11-30 20:24:16 )
น่ารักมากๆๆๆๆ
-->
เป็นประกาย ( 2003-10-26 22:05:49 )
ถ้าจะเลือกซื้อของให้คนรักโบราณหรือความเชื่อดั้งเดิมเชื่อกันว่าห้ามซื้อผ้าเช็ดหน้าให้คนรักเพราะจะเป็นลางว่าเก็บผ้าเช็ดหน้านั้นไว้เช็ดน้ำตาเพาระฉนั้นควรซื้อของอย่างอื่นให้เช่นต้นไม้ซึ่งจะได้เป็นสื่อแทบการฝากหัวใจไว้ให้เขาดูแล
-->
นายธีรสินธุ์ เที่ยงธรรม ( 2002-09-16 14:47:04 )
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1/2 [หน้าถัดไป = 2] >> 1 2
pls. answer
ยืนยันตัวเลข
2708124
 
Name
E-mail
Answer

อาหารเสริมสำหรับ ทารก
ความสำคัญ ของอาหารเสริมสำหรับ ทารก
1. เพื่อช่วยให้ทารก เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดตอนและเหมาะสม นับตั้แต่ปฏิสนธิ ในครรภ์ มารดา ทารกก็มีความต้องงการสารอาหาร ที่พอเพียง 100% เต็มเพื่อจะเติบโต ได้อย่างเหมาะสม อาหารของทารก ในครรภ์ ก็จะได้จากอาหาร ที่แม่รับประทานเข้าไป ย่อยสลายและผ่านทางรก ไปสู่ร่างกาย ของลูก
ครั้นเมื่อลูกคลอดออกมา จากครรภ์มารดาแล้ว "นมแม่" เป็นอาหาร ที่ดีที่สุด มีคุณค่าโภชนาการ ครบถ้วน เหมาะสมที่สุด และจะช่วยการพัฒนา ของเด็กได้ดีที่สุด ทั้งร่างกายและจิตใจ ให้ภูมิต้านทานโรค เพื่อความสำพันธ์ ระหว่างแม่และลูก และเป็นการประหยัดอย่างยิ่ง ในภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันอิกด้วย
ดังนั้นในระยะสามเดือนแรก ของชิวิต ในช่วงที่ลูกบอบบาง อ่อนแอ กำลังปรับตัวให้คุ้นเคย กับสิ่งแวดล้อม นอกครรภ์ของมารดา ลูกน้อยจึงควร ได้รับแต่น้ำนมแม่ ซึ่งธรรมชาติได้ปรุงแต่งให้สะอาด เหมาะสม มีคุณค่า และเพียงพอ สำหรับเด็ก ทุกคน แต่เพียงอย่างเดียว ไมมีความจำเป็น ที่จะให้ อาหารเสริมอื่นใดแม้แต่น้ำ เพราะในนมแม่ มีน้ำเพียงพอ กับความต้องการ ของร่างกายแล้ว
อย่างไรก็ดี น้ำนมแม่จะพอเพียง สำหรับลูก ไปจนถึง 4-6 เดือน แต่หลังจากนั้นน้ำนมแม่ ซึ่งยังทรงคุณค่า อยู่เช่นเดิม จะมีปริมาณไม่พอเพียง ความต้องการ ในการ เจริญเติบโตของลูก เพราะเด็กในช่วงปีแรกถึง 2 ปี เจริญเติบโตเร็วมาก ดังลำดับต่อไปนี้ ดังนั้น ลูกจึงจำเป็นต้อง ได้รับอาหารเสริม ตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อช่วยให้การเจริญเติบโต ทั้งทางกายและใจ ของลูกเป็นไปอย่าง ราบรื่น เหมาะสมตามที่ควรเป็น และไม่ขาดตอนแต่ อย่างไรก็ตาม น้ำนมแม่ก็ยังต้อง ให้เป็นมื้อหลักอยู่เช่นเดิม
2. เพื่อเสริมให้ทารกมีภาวะ โภชนาการที่ดี
ดังได้กล่าวข้อแรกแล้วว่า ถ้าเด็กทารก ได้รับน้ำนมแม่ และอาหารเสริมที่พอเพียง และสะอาด ก็จะทำให้การเจริญเติบโต ของทารกราบรื่น แต่ถ้าหากเด็กทารก ไม่ได้รับน้ำนมแม่ ได้รับแต่นมผสม และได้รับอาหารเสริมที่ ไม่เหมาะสม และไม่สะอาด ก็จะไม่เพียงพอ ที่จะทำให้ร่างกาย เติบโตแข็งแรงและพัฒนา ซ้ำอาจเกิดโรคต่างๆ ขึ้นได้ เช่น ท้องเสีย เป็นหวัด ปอดบวม หลอดลมอักเสบ และรับเชื้อโรคที่ระบาดอื่นๆ ได้ง่าย อันอาจเป็นสาเหตุ ให้ทาราตายได้ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า หากทารกได้ รับอาหารหลัก (น้ำนม) และอาหารเสริมไม่ถูกต้อง ครบถ้วน มักเกิดโรค ได้ง่าย และอัตราการตายจะสูง กว่าเด็กทารกที่ได้รับ อาหารหลักและอาหารเสริมที่เหมาะสม
3. แก้ปัญหาการขาดสารอาหารในทารก และเด็กของประเทศไทย
ในประเทศไทย ของเรายังมีอัตราการ ขาดสารอาหาร ในทารกและเด็กค่อนข้างสูง เช่น การขาดโปรตีน และพลังงานมีสูงถึง 30-40% แล้วแต่ท้องที่ ซึ่งจะทำให้มีการเจริญเติบโตไม่ได้ น้ำหนักน้อย สมองเติบโตช้า อันมีผลกระทบไปถึง การพัฒนาสติปัญญา และความรู้อื่นๆ จะด้อยกว่าปกติ อาจเกิดโรคโลหิตจางได้ (โรคโลหิตจางนี้ เด็กไทยเป็นสูง 10-30% ของเด็กทั้งหมด โดยขึ้นกับท้องที่) หรือการขาดวิตามินเอ ซึ่งทำให้การเจริญเติบโต เท่าที่ควร และถ้าเป็นรุนแรง อาจทำให้เป็นโรคเหน็บชา ในทารกและเด็กได้
ดังนั้น จึงอาจสรุปความสำคัญ อีกประการหนึ่ง ของอาหารเสริมได้ว่า อาหารเสริมที่เตรียมให้ครบคุณค่า ตามต้องการของร่างการย ทั้งปริมาณ และคุณภาพ จะช่วยให้ร่างกายมีภาวะ โภชนาการที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคขาดอาหาร ซึ่งจะนำการไปสู่การเจ็บป่วย โรคต่างๆ อาหารเสริมช่วยการ เสริมสร้าง ภาวะร่างกายสมบูรณ์ ทั้งทางกาย ใจและสติปัญญา ในวัยพื้นฐาน ซึ่งหากแต่ละครอบครัวสามารถ ตระเตรียมได้ดี ก็เท่ากับลดภาวะทุพ โภชนาการของประเทศไทย
4. เป็นการบมเพาะพฤติกรรม และนิสัย การกินของงทารกและเด็ก
การกินอาหารที่เหมาะสม ในวัยผู้ใหญ่ มีพื้นฐาน มาจากการได้รับทารก กล่าวคือ ในช่วงวัย 0-3 เดือนทารกจะได้รับอาหารเป็นของเหลว (น้ำนม) 3-5 เดือน ขึ้นไป ทารกควรจะได้รับ การสร้างความคุ้นเคย กับอาหารครึ่งแข็งครื่งเหลว (อาหารอ่อน) แน่นอนเด็กบางคน ในวัย 3 เดือนเศษ อาจปฏิเสธ อาหารแปลกๆ นี้ เพราะร่างกาย ยังไม่พร้อม ไม่ยอมรับ แต่โดยทั่วไป ก็อาจจะรับได้ในวัย 4-5 เดือน เพราะการเคี้ยวและการกลืน จะเกิดขึ้นได้ในวัย 3-5 เดือน (เด็กๆ มีความแตกต่างกัน บางคนอาจช้า หรือเร็ว) การกลืน เป็นพฤติกรรมที่ยากสำหรับทารก เนื่องจากต้องอาศัยการประสานงาน ของอวัยวะหลายสส่วน ได้แก่ ลิ้นและกล้ามเนื้อ บริเวณคอ อันต่างจากการดูดซึ่งถือได้ว่า เป็นสัญชาตญาณ ที่เด็กสามารถ ทำได้ตั้แต่เกิด (แต่ระยะที่เด็กฝึกกลืนนี้ ก็อาจมีปฏิกิริยาการดูดปนอยู่ด้วย)
6-12 เดือน เด็กจะเริ่มเคี้ยวอาหารได้ เพระส่วนใหญ่ จะเริ่มมีฟัน จึงควรให้อาหารที่มี ลักษณะหยาบขึ้น อาจให้เนื้อสัตว์บดได้ ถ้าหากในระยะนี้ ทารกได้อาหารเสริมไม่เหมาะสม เช่นพ่อแม่ ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเสริม ให้เด็กตูดนมอย่างเดียว เด็กก็จะไม่พัฒนาการกลีน การเคี้ยวอาหารแบบต่างๆ ได้พัฒนาเฉพาะการดูดเท่านั้น ซึ่งเมื่อปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้ หรือให้อาหารเสริมแบบต่างๆ ช้าไป เด็กก็อาจปฏิเสธไปเลย หรือยอมรับยาก ก่อให้เกิดปัญหา อื่นๆ ตามมาอีกได้
ระยะปีเศษขึ้นไป เด็กมีฟันมากขึ้น ควรได้รับอาหารที่มี กากมากขึ้น ส่วนใหญ่เราจะพบว่าเด็กในวัยนี้ อาจกินอาหารคล้าย อาหารผู้ใหญ่ได้ แต่รสชาติต้องไม่จัด และคุณค่าครบถ้วน สะอาดถูกอนามัย ดังนั้นการสร้างนิสัยที่ดี อีกอย่างคือการให้นั่งร่วม โต๊ะอาหารกับผู้ใหญ่ ในครอบครัว
ช่วงนี้ถือว่าว่าเป็น ช่วงเชื่อมต่อระหว่าง การให้อาหารเสริม ไปสู่การรับอาหาร 5 หม่ปกติเหมือนผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดี เพื่อให้ความกระจ่างชัดใน เรื่องนี้ ขออธิบายถึงการทำงาน ของสรีระในสว่น ทีเกี่ยวกับการย่อยและการดูดซึม สารอาหารของทารกและเด็ก
การพัฒนาการย่อย และการดูดซึมสารอาหาร ของทารกและเด็ก ความจุของการเพาะอาหาร
เด็กแรกเกิดนั้น มีความจุของกระเพาะน้อยมาก คือครั้งละประมาณ 1/8-1/4 ถ้วยแก้ว และสามารถ จะรับได้มากขึ้น เมื่อโตขึ้น เช่นเมื่ออายุ ได้เดือนเศษๆ ทารกจะรับอาหารได้เพิ่มขึ้น เป็นครั้งละประมาณ 1/2 ถ้วยแก้ว และ 2-3 เดือน ขึ้นไปจะรับได้ครั้งละ ประมาณ 1 ถ้วยแก้ว
ดังนั้นกระเพาะเล็กที่มีความจุจำกัดนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ได้รับสารอาหารที่มี ประโยชน์ ที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อก่อให้เกิดพลังงาน อันเพียงพอ แก่ความต้องการของร่างกาย อย่างเต็มที่ และดังนั้น เราก็จะเห็นว่าในวัย 0-3 เดือน นี้อาหารที่ให้พลังงานสูงที่สุด คือนมแม่ คื่อ 50% ของพลังงานที่ร่างกายเด็กใช้มาจาก ไขมันในนมแม่
ระบบการย่อย
เด็กแรกเกิด -3 เดือน จะมีระบบการย่อยที่ ทำหน้าที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ เพราะฉะนั้นอาหารที่ ให้แก่เด็กจึงต้องเป็นอาหาร ที่ย่อยง่ายเหมาะสมกับ การดูดและการกลืน ของทารก และเป็นอาหารที่สามารถ ใช้ประโยชน์ได้หมด โดยไม่มีการแพ้ด้วย ซึ่งอาหารที่มีคุณสมบัติ ครบถ้วนดังกล่าว ก็คือ นมแม่ นั่นเอง
สำหรับนมวัวนั้น มีคุณสมบัติบางอย่าง ที่ได้รับจนเหมาะสม กับการดูดกลืนของเด็ก แต่ในเรื่องการย่อยนั้นยัง อาจมีปัญหาอยู่กล่าวคือ อาจย่อย โปรตีนไม่สมบูรณ์ ซึ่งไปกระตุ้นให้เกิดการแพ้ การแพ้อาจเกิดที่ผิวหนัง ทำให้มีผื่นที่แก้ม ตามตัว เกิดในทางเดินอาหารทำให้ปวดท้อง หรือเกิดใน หลอดลมทำให้ไอเรื้อรัง และหอบหืด เป็นต้น และการแพ้นี้ไม่ใช่จะมีผลเฉพาะในวัยแรกเกิด เท่านั้น หากจะมีไปถึงวัยใดก็ได้ จนกระทั่งโตอาจ ยังมีผลอันเกิด จากการแพ้นมวัวในวัยทารกได้อีก
5. การได้รับอาหารเสริม ที่เหมาะสมจะช่วยให้การ ขับถ่ายในทารก ดำเนินไป ด้วยดี
ในระยะแรกทารกจะขับถ่าย ได้ก็ด้วยการกระตุ้นของแล็กโทสใน น้ำนมซึ่งถูกย่อยไม่หมด แล็กโทสซึ่งถูกย่อยไม่หมดนี้จะผ่านไป ลำไส้ใหญ่ จะถูกหมัก และถูกย่อยต่อโดยแบคทีเรีย ให้เป็นกรดอ่อน ๆ กรดนี้จะทำให้ลำไส้ เกิดการระคายเคียง เกิดการบีบตัว นอกจากนั้นกรดนี้ ยังมีคุณสมบัติ ในการดูดน้ำเข้าหา ตัวด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้เด็กจึง ขับถ่ายออกมา (จะเห็นได้ว่าเด็กที่ทานนมแม่ ทุกคนจึงมักถ่าย โดยมีน้ำปนออกมา ซึ่งไม่ใช่อาการ ท้องเสียจึงไม่ควรตกใจ ประการใด)
ดังนั้นการให้ทานน้ำมากๆ เมื่อทารกท้องผูก จึงไม่ช่วยแก้ปัญหาอย่างใด การจะให้เด็กขับถ่ายได้ดีขึ้น อยู่กับการให้นมแม่อย่างเหมาะสม นมขวด ที่เตรียมถูกต้องตามส่วน และการให้อาหารเสริม ที่เหมาะเท่านั้น
เมื่อเด็กเติบโตขึ้น การให้อาหารเสริมจะมีบทบาท มากขึ้นในการช่วยการ ขับถ่ายของเด็ก ควรให้อาหารที่มีกาก เพราะกากที่ย่อยดูดซึมไม่หมด จะกระตุ้นลำไส้ ให้เคลื่อนไหว ดูดนำเข้าหาตัว และทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม
หลักในการให้อาหารเสริม
การให้อาหารเสริมยังมี ความสับสรกันอยู่มาก เหตุผลก็คือ คำแนะนำจากที่ต่าง ๆ มีความแตกต่างกันไปแต่สถาบัน ประกอบกับการให้อาหาร บางอย่างไม่ได้คำนึง ถึงการย่อย การดูดซึมการพัฒนาของเด็ก และส่วนใหญ่ชอบ ให้ก่อย 3 เดือน ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว เด็กแรกเกิดถึง สามเดือน ควรได้รับแต่น้ำนมแม่ แต่เพียงอย่างเดียวตามที่ได้กล่าวมาแล้ว
หลักปฎิบัติที่จะนำมา แนะนำต่อไปนี้ ได้มาจากคณะอนุกรรมการ แนะนำอาหารสำหรับมารดา ทารก และเด็กวัยก่อนเรียน ของคณะกรรมการ อาหารและโภชนาการแห่งชาติ ซึ่งแนวทางดังกล่าว จะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหาร พอเพียงกับการ เจริญเติบโต และป้องกัน การขาดสารอาหารในเด็ก
และการให้อาหารเสริม ดังในตารางจะให้ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ช่วยให้เด็ก ได้รับการพัฒนา เรื่องการย่อย การกลืน การดูดซึม และช่วยให้ ในการพัฒนาการ และสร้างนิสัยการกิน ที่เหมาะสมด้วย

การให้อาหารเสริมแก่ลูกน้อยของคุณ
อายุครบ 3 เดือน ข้าวบดใส่น้ำแกงจืด เช่น แกงจืดตำลึงหมูบะช่อ เอาแต่น้ำ (ผักให้ผู้ใหญ่ไป) ผลัดเปลี่ยนกับกล้วยครูด (กล้วยสุก)
อายุครบ 4 เดือน ข้าวบดกับไข่แดงต้มสุก ข้าวบดกับตับ หรือข้าวบดกับถั่วต้มเปื่อย ถั่วทุกชนิดได้ทั้งนั้น แต่ถ้าได้ถั่วเหลืองเป็นดี หรือน้ำเต้าหู้ขาวก็ได้
อายุครบ 5 เดือน เริ่มอาหารจำพวกปลา ควรเติมฟักทอง หรือผ้กบดด้วย
อายุครบ 6 เดือน อาหารมื้อหลัก 1 มื้อ ให้กล้วยหรือมะละกอสุก เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ
อายุครบ 7 เดือน เริ่มเนื้อสัตว์บดผสมข้าวสุก และให้ไข่ทั้งฟองได้
อายุครบ 8-9 เดือน อาหารมื่อหลัก 2 มื้อ
อายุครบ 10-11 เดือน อาหารมื้อหลัก 3 มื้อ
หมายเหตุ ทารกบางรายอาจจะ ยังไม่มีความพร้อม ในการรับอาหารเสริม แม้จะอายุ 3 เดือนก็ตาม ถ้าทารกยังมีการเจริญเติบโต แจ่มใส ร่าเริง อาจจะรอไป เริ่มให้อาหารเสริมเมื่อทารก ครบ 4 หรือ 5 เดือนก็ได้
ความรักใครว่าไม่สำคัญ เพียงแต่เราสองเท่านั้นที่เข้าใจ ความรักไม่เกี่ยวกับใครคนไหน เพียงแค่ใจเรานั้นต้องการ ยาวนานนานแสนนาน ที่สืบสารวาดฝันอันเกิดพลังอันยิ่งใหญ่ ในโลกแห่งความหลงไหล ความหวานหอมของหมู่มวลดอกไม้ ใจใครล่ะจะปฏิเสธ เหตุแห่งความรัก นั้นมีอยู่มากมาย บ่อเกิดจุดเริ่มต้น มีมนุษย์หลายชนหลายเผ่าพันธุ์ ที่บูชาความรัก รวมทั้งคนไทยที่เห็นค่าความรักยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าชาติ ใดในโลก ฟ้ากว้างทะเลฝัน
 
bookmark
member
message
แนะนำเพื่อนใหม่
<% 'on error resume next 'dim pcount as integer gDirect=request.form("direct") Set rs = Server.CreateObject("ADODB.Recordset") Set conn = Server.CreateObject("ADODB.Connection") conn.Open "Driver={Microsoft Access Driver (*.mdb)};DBQ=" & Server.Mappath("message/oholove.mdb") Sql="SELECT * from oholoveuser ORDER BY oholove_id DESC" 'rs.Open "SELECT * from useroholove ",conn,3,3 rs.Open sql,conn,1,3 'rs.movefirst TotalRows = rs.recordCount Rs.Pagesize = 20 pagesize = rs.pagesize gPage = request.form("pageno") TotalPages = RS.PageCount PageNo =1 'response.write("TotalPage : " & Totalpages) 'response.write("PageNO : " & gpage) 'response.write("Gidrect : " & gdirect) Select Case gdirect case "" pageno = 1 case " Prev " if gPage = 1 then pageNo = 1 else PageNo =gpage -1 gpage = gpage - 1 end if 'response.write("Prev case Page :" & Pageno &gpage) case " Next " 'response.write("PageNO G : " & gPage &" : " & Totalpages & pageno) if gPage <>Totalpages then Pageno=gPage+1 'Pageno=gPage 'response.write("bbbPageNO G : " & gpage &" : " & Totalpages & pageno) else PageNo=TotalPages gPage = pageno 'response.write("aaPageNO G : " & gpage &" : " & Totalpages & pageno) 'while not rs.eof and rs("qnumber") < 21 end if end select select case pageno case 1 rs.movefirst case 2 while not rs.eof and pcount < 21 rs.movenext pcount = pcount +1 wend end select 'response.write("PageNO : " & pageNO) RsAbsolutepage = pageNo RowCount =1 'response.write("dasdsadsadsa : " & Pagesize) do while not rs.eof and rowcount <= 8 'response.write((((pageno-1)*rs.pagesize)+rowcount)) response.write("" & rs("oholove_id") &" " & rs("Nickname" ) & " [" & rs("Number_msg" ) & "]
" ) RowCount = RowCount +1 rs.movenext loop rs.close conn.close %>
login
logout